วันอาทิตย์

งานแต่งพอลล่า-เอ็ดเวิร์ด

พอลล่า แต่งแล้วรักหวานฉ่ำ…รับเห่อชีวิตคู่




นี่คือ “จุดเริ่มต้น” แห่งรักที่เกิดจาก “แม่สื่อ” เพื่อนสนิทของ “เจ้าสาว” พอลล่า เทเลอร์” และมีศักดิ์เป็น “พี่สาว” ของ เอ็ดเวิร์ด บัทเทอรี่ หนุ่มหล่อลูกครึ่ง จีน-อังกฤษ วัย (27 ปี) กำลังเป็นที่จับตามองในฐานะนักธุรกิจไฟแรงแถมโสดสนิท แห่งเกาะฮ่องกง
            ทว่า พอลล่า กลับไม่เคยสนใจคำเอ่ยชวนของแม่สื่อ ทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับงานในวงการบันเทิง และธุรกิจของตัวเองเท่านั้น กระทั่ง “กามเทพ” ชักทนไม่ไหวเลยจัดการ “แผลงศร”  ในขณะที่ พอลล่ากำลังเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งที่ห้างดังในเกาะฮ่องกง แม่สื่อผู้พี่สาวไม่ละความพยายาม แอบนัดน้องชายหนุ่มหล่อ เอ็ดเวิร์ด บัทเทอรี่ ให้มาพบสาวพอลล่าจนสำเร็จในที่สุด ต่อเมื่อแรกพบสบประสานสายตา ทั้งคู่ต่างก็รู้ใจตนเองว่าได้เจอ Love at first sight เข้าแล้ว!!

            นอกจากความหล่อที่เหลือล้น เอ็ดเวิร์ด ยังเป็นหนุ่มโรแมนติคตัวพ่อ ว่างจากงานเมื่อไหร่จะต้องเดินทางมาหา พอลล่า ที่เมืองไทย เพื่อทำอาหารอร่อยๆให้ทาน หรือถ้าไม่ว่างก็จะเซอร์ไพรส์ด้วยอาหารมื้ออร่อย ที่สั่งตรงจากทุกมุมโลก และในทุกโอกาสพิเศษไม่ว่าจะ วันเกิดพอลล่า วันที่เจอกันครั้งแรก วันที่เจ้าสาวของเราแง่งอน ฯลฯ  เอ็ดเวิร์ด จะซื้อผ้าพันคอลายสวย (ยี่ห้อ Hermes  เท่านั้น) แล้วปักถ้อยคำหวานลงไป กลายเป็น “ของขวัญพิเศษที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก” และทุกครั้งที่อยู่ด้วยกัน เอ็ดเวิร์ด มักจะเขียนโน๊ตแปะไว้ตามที่ต่างๆทว่า ตัวอักษรเล็กๆแต่กลับทำให้ พอลล่า หัวใจพองโตทุกครั้งที่ได้อ่าน จน เริ่มรู้ชัดแล้วว่า เอ็ดเวิร์ด คือผู้ชายที่…ใช่!!

ปีกว่าที่ทั้งคู่จูงมือกันปลูกต้นรักจนสุกงอม เอ็ดเวิร์ด เริ่มไม่อยากโสดอีกต่อไปแล้วจึงชวน พอลล่า ลัดฟ้าสู่ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมืองที่ได้ชื่อว่าโรแมนติคที่สุดเมืองหนึ่งของโลก เพื่อหา “โลเกชั่นขอแต่งงาน” ในขณะที่ เอ็ดเวิร์ด ตะลุยหามุมสวย พอลล่า กลับแปลงกายเป็นสาวนักช้อปตลอดทั้งวัน กว่า เอ็ดเวิร์ด จะได้ดำเนินตามแผนก็ปาไปหลายชั่วโมง จากที่ตั้งใจเป็นสวนสวย บรรยากาศดีๆ จึงเปลี่ยนเป็น “ผ้าพันคอ Hermes สีชมพู”แทนความในใจ  ที่ยื่นให้ในช่วงที่ พอลล่า เดินทางมาถึงที่พักเท่านั้น
     ข้อความที่ปักไว้มีเพียงตัวอักษร W Y M M ? ทำเอา พอลล่า งง!ก่อนหัวใจจะเริ่มเต้น แรงขึ้น..แรงขึ้น เมื่อถอดรหัส W Y M M ? เป็น 4 คำที่ผู้หญิงทุกคนใฝ่ฝันจะได้ยินจากชายคนรัก….

Will You Marry Me? แต่งงานกันนะ

         วัน ที่ 6 ธันวาคม 2553 พอลล่า & เอ็ดเวิร์ด  ได้จูงมือกันไปจดทะเบียนสมรส อย่างเรียบง่าย ณ เกาะฮ่องกง โดย Edward  ได้บรรจงสวมแหวนแต่งงานที่มิอาจประเมินค่าได้สำหรับความรักของคนทั้งสอง  โดยมีเพียงครอบครัวของทั้งสองฝ่ายและเพื่อนสนิทเป็นสักขีพยาน ทั้งคู่ตั้งใจมาฉลองพิธีมงคลสมรสที่เมืองไทย นั่นจึงกลายมาเป็นงานฉลองวิวาห์ที่เต็มไปด้วยความสุขในวันนี้นั่นเอง หลังเคลียร์งานทุกอย่างเรียบร้อยทั้งคู่จะบินไปฮันนีมูนที่ประเทศอังกฤษ บ้านเกิดของเจ้าบ่าว พร้อมเตรียมเปิดอู่มี “เจ้าตัวเล็ก” เพื่อเป็นพยานรัก   LOVE FOREVER ตลอดไป



     เข้า พิธีแต่งงานและจดทะเบียนสมรสที่ประเทศฮ่องกงเรียบร้อยแล้ว ค่ะ สำหรับสาวพอลล่า เทเลอร์ กับคุณเจ้าบ่าว เอ็ดเวิร์ด บัทเทอรี่ ตอนนี้สาวพอลล่าเลยยิ้มแก้มปริ เพราะมีแต่คนอิจฉาความหวาน เจ้าตัวเลยบอกว่า นอกจากความตื่นเต้นแล้ว ยังแอบกังวลนิดๆ กับสถานภาพภรรยาที่ยังไม่ชินเท่าไหร่“ก็ ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปนะ รู้แต่ตื่นเช้ามาหลังวันแต่งงานก็มองตัวเองว่ามีอะไรเปลี่ยนไหม แก่ขึ้นไหม (หัวเราะ) คือทุกอย่างยังเหมือนเดิมค่ะ จริงๆ เนี่ยบรรยากาศในวันงานเกือบไม่ได้แต่งแล้ว เพราะรถตู้ไม่มารับเจ้าสาว (หัวเราะ) ต้องมายืนอยู่ข้างถนน แต่งชุดเจ้าสาวทำผมแต่งหน้าสวยเลย แต่ไม่มีรถ สุดท้ายต้องวิ่งขึ้นแท็กซี่ไปกัน กับเพื่อนเจ้าสาวด้วยคือถอดรองเท้า ถกกระโปรงวิ่งกันเลยล่ะ คือสงสารเพื่อนมาก แล้วเจ้าหน้าที่ที่งานก็บอกด้วยว่า ถ้าเจ้าสาวมาไม่ทัน คงจะต้องเลื่อนวันเป็นวันอื่นนะ เอ็ดเขาก็เลยไปขอคนที่จะแต่งต่อจากเราให้เราเลื่อนมาใช้คิวของเรา แล้วเราก็สลับไปคิวเขาแทน ให้เขาแต่งไปก่อน ก็เลยได้ เพราะเราเลตไปเป็นชั่วโมงเลย



แล้วตอนเข้าพิธีก็มีกระดาษจดให้เราพูด ประมาณนาง สาวพอลล่า เทเลอร์ รับคุณเอ็ดเวิร์ด เป็นสามี โน่นนี่ให้เราอ่านเหมือนในหนังเลย ก็พูดผิดพูดถูก เขาก็ตื่นเต้น พอใส่แหวนก็ยิ่งตื่นเต้น คือมันเป็นการจดทะเบียนแล้วก็ฉลองครั้งแรก ส่วนที่เมืองไทยเนี่ยกำหนดการเดิมค่ะ 22 ธ.ค.นี้ คือตอนนี้กำลังกระจายการ์ดอยู่ค่ะ แล้วครั้งนี้จะใส่ชุดแต่งงานเลย ครั้งที่แล้วใส่เหมือนเป็นชุดราตรีมากกว่า ชุดเจ้าสาวเนี่ยไปได้มาจากออสเตรเลีย แต่ว่าแบบชุดมาจากสเปน ราคาก็ไม่แพงมาก หลักแสน”กับเอ็ดละคะ หวานขนาดไหนเนี่ย
“เราก็มีเปลี่ยนคำนิดหน่อย จากที่เคยเรียกชื่อ เราก็เรียกกันว่า ฮาสเบิน (สามี) ไวฟ์ (ภรรยา) แล้ว ที่เอ็ดเคยพูดว่าผมรักแฟน ตอนนี้เพื่อนๆ ก็สอนเขาพูดใหม่ว่า ต่อไปต้องบอกว่าผมรักภรรยามาก ตัวพอลล่าก็ยังไม่ถนัดปากเลยต้องเรียกเขาว่าคุณสามี (หัวเราะ) ก็เลยเรียกกันขำๆ แบบเด็กๆ ว่า ฮาบี้ – ไวฟ์ฟี้ มาจากฮาเบิ้นกับไวฟ์นั่นล่ะค่ะ”


 
 















ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น